วันนี้ผมกลับเข้าบ้านมาห้าทุ่มกว่า รีบอาบน้ำและมาเขียน Blog ทันทีเพราะกลัวลืมความรู้สึกดีๆหลังจากที่ออกจากร้านอาหารโอฮาโย Blog ตอนนี้เป็นตอนที่สองต่อจาก Case Study โฮฮาโย…เกิดเพราะเน็ต ที่ต้องมีภาคต่อขนาดนี้เพราะร้านนี้เกินคาดจริงๆ จากตอนแรกมีความคิดว่าต้องไปกินให้ได้เพราะเป็นร้านที่เกิดขึ้นมาได้ด้วย Online Marketing ล้วนๆ แต่พอไปถึงจริงๆบรรยากาศร้านน่ารักๆและพี่ตู่กับลูกสาวที่ดูน่ารักและเป็นกันเองก็บริการอย่างดีเยี่ยม (ลูกพี่ตู่พึ่งตื่นนอนลงมาเล่นกับพวกเราแบบสะลึมสะลือ) และที่สำคัญ ราคาช่างถูกชนิดเกินคาด สั่งกันแบบสารพัดจะสั่งคิดเงินออกมาแค่ 450 บาท เสียดายมากที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะตอนไปถึงหิวเกินกินแหลกถ่ายไม่ทัน ก่อนที่จะเล่าเรื่องยาวเรื่องของกินมากเกินไปแล้วจะผิดแนวเป็นบล็อคโฆษณา ขอเข้าเรื่องวิเคราะห์เรื่อง Online Marketing เลยดีกว่า
วันนี้จากการได้คุยกับพี่ตู่อยู่พักใหญ่ๆ ผมรู้สึกได้ทันทีว่าอีกอีกจุดเริ่มต้นของการเกิด Online Marketing ของร้านนี้เกิดมาจากตัวพี่ตู่เองนั่นแหละ เพราะพี่เค้าเป็นคนคุยสนุกมีแนวคิดและเปิดเผยมากๆ ไม่แปลกเลยที่คนทั่วไปที่ได้เจอพี่ตู่จะรู้สึกถึงความเป็นกันเองและพูดถึงร้านโอฮาโยในเน็ต แต่อย่างที่เค้าพูดกันว่าในเว็บไซต์ทุกคนเป็นนักโฆษณา (Everyone can be advertiser) เพราะทุกข้อความที่โพสใน Pantip หรือในบล็อคส่วนตัวใน HI5 ที่ไหนก็แล้วแต่ ล้วนถึงสายตาผู้คนจำนวนมาก นอกจากนั้นยังช่วยให้ชื่อร้าน โอฮาโย เข้าไปติดอันดับใน Google ได้ไม่ยาก และด้วยบุคลิกน่ารักในสไตล์เป็นกันเองของพี่ตู่นี่เอง (เหมือนสาวๆสายเดี๋ยวกางเกงขาสั้นที่ทำ HI5 แล้วดังๆ) ทำให้คนที่ได้มาชิมอาหารในร้านกลายไปเป็นนักการตลาดให้ร้านเค้าได้ไม่ยาก หลังจากกินเสร็จผมรับปากว่าจะช่วยพี่ตู่เรื่องการตลาดออนไลน์โดยจะช่วยดูเรื่อง Blog หรืออะไรเล็กๆน้อยๆที่ช่วยกันได้ แต่ลึกๆเชื่อเหลือเกินว่าคำแนะนำผมมันคงช่วยได้ไม่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่มันจะทำให้พี่ตู่ไปได้สวยคงเป็นตัวตนในแบบของเค้าเองมากกว่า ขอให้ร้านโอฮาโยและพี่ตู่พี่โยเจริญๆครับ
PS: ไม่มีรูปอาหารให้ดู ตอนไปถึงผมหิว ^ ^
