ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเราเริ่มบูมมานานมากแล้ว ตั้งแต่ช่วงบุคเบิกโดยโออิชิและร้านอื่นๆก็ผุดตามมาราวกับดอกเห็ดแต่ทั้งหมดยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนมีอันจะกินเท่านั้นจนตอนนี้กระแสอาหารญี่ปุ่นแรงต่อเนื่องจนเราสามารถหาซูชิชิ้นละ 5 บาทในตลาดนัดได้ทั่วไป โอฮาโย เป็นร้านนึงที่วาง Price Positioning ได้งดงามไม่ถึงกับว่าชิ้นละสิบบาทแต่ก็ไม่แพงถึงขนาดว่าคนจนกินไม่ไหว และที่สำคัญคือ ใจรักในการทำอาหารของเจ้าของร้านสามีภรรยา (ไม่เคยไปกินเอง อ่านที่คนอื่นโพสมาเลยไม่อยากลง detail มาก) แต่ที่ผมเขียนถึงร้านนี้ในวันนี้เพราะร้านนี้เรียกได้ว่า เกิดจากเน็ต…
ก่อนจะวิเคราะห์เรื่องว่าร้านโอฮาโย ดังเพราะ Online Marketing ยังไง ผมต้องขอบอกก่อนเลยครับว่า ถ้าอาหารไม่อร่อยบริการไม่ดี ทำการตลาดด้วยวิธีไหนก็ไม่ได้เกิด แต่ครั้งนี้ Online Marketing ของร้านโอฮาโยเกิดเองโดยไม่ได้ทำ!!!! ผมขอยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆเพราะเจ้าของร้านนี้เป็นเพื่อนพี่อุ๋ย ผมรู้จากพี่อุ๋ยมาว่าเค้าเองก็งงไม่แพ้กันกับการเกิดกระแสเกี่ยวกับร้านเค้าในโลกออนไลน์ขนาดนี้ นี่แหละครับพลังของ WEB2.0 ด้วย Concept ที่ว่า Everyone can be advertiser พลังที่ทำให้โลกการแข่งขันทางธุรกิจมันแบนลง พลังที่ทำให้ร้านเล็กๆอยู่ในหลืบๆแบบร้านนี้คนเข้าไปกินกันหนาแน่น และทั้งหมดที่เกิด “ไม่ต้องเสียตัง”
โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ถ้าไม่เสียตังแล้วเสียอะไรครับ “เสียแรงครับ” เสียแรงทำอาหารให้อร่อย บริการให้ดี รักษาคุณภาพตรงนั้นไว้ หลังจากนั้นคนแรกที่โพสลงไปใน Pantip เกี่ยวกับร้านคุณ เค้าเป็นนักการตลาดให้คุณแล้ว หลังจากนั้นคุณมีหน้าที่ออกแรงรักษาคุณภาพไว้รอคนต่อไป คนอื่นๆก็พร้อมจะโพสอีก ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆนานๆไปคุณไปโพสขอบคุณคนในเว็บบ้างที่มากินร้านคุณ ถามเค้ากลับไปนิดนึงว่าอยากให้ปรับปรุงอะไรไม๊ ถ้าเค้าแนะนำอะไรแล้วก็กลับไปโพสคุยกับเค้าหน่อย ที่ผมเขียนมายังไม่มีตรงไหนต้องเสียตังเลยใช่ไม๊ครับ ง่ายด้วยใช่ไม๊ครับ จริงๆผมมีอีกหลายอย่างที่อยากให้โอฮาโยเดินหน้าต่อเรื่อง Online Marketing เดี๋ยวรอผมได้ไปกินก่อนผมจะขอไปนั่งเล่าให้ฟังนะครับพี่…. ความรู้มีไม่หวงครับอยากให้รวยๆกันครับผม ผมยินดีเป็นที่ปรึกษาแลกกับปลาดิบครับ
